Omotenashi ปรัญชาของความใส่ใจแบบญี่ปุ่น

Omotenashi มาจากคำสองคำ คำแรกคือ “Omote” ซึ่งแปลว่า หน้า หรือ ด้านหน้า, สิ่งที่อยู่ด้านหน้า, Public Face ส่วนคำว่า “Nashi” แปลว่า ไม่มี รวมกันสองคำหมายถึง การไม่มีหน้าไม่มีหลัง ไม่มีปิดบัง การทำอะไรโดยไม่มีวาระซ่อนเร้น ทำจากก้นบึ้งของหัวใจ

ถามอย่างไร ให้คนตอบไม่โกหก

ก่อนที่จะพูดถึง “วิธีตั้งคำถาม” ก็ต้องบอกข้อมูลเป็นพื้นฐานก่อนว่า คำถามนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ “คำถามปลายเปิด” และ “คำถามปลายปิด”

If you don’t understand people, you don’t understand business พัฒนาธุรกิจ 4 ด้านด้วยการเข้าใจมนุษย์

เมื่อทีมงานของเราก็เป็นมนุษย์ ลูกค้าของเราก็เป็นมนุษย์ แล้วทำไมเราถึงลืมที่จะเข้าใจมนุษย์ไปได้ซะล่ะ

5 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับพนักงาน

จากการสำรวจพบว่า มีเพียง 1 ใน 3 ของพนักงานเท่านั้นที่รู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับบริษัท

แล้วบริษัทควรจะทำอย่างไร ในยุคที่ “ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านาย-ลูกน้อง นั้นเปลี่ยนไป”

พฤติกรรมคนยุคใหม่ ที่คนยุคเก่าต้องเข้าใจ

นั่น.. จั่วหัวมาแบบนี้ เชื่อว่าบทความนี้น่าจะมีแต่คนรุ่นใหม่เข้ามาอ่าน และคนรุ่นเก่าหลายคนคงบอกว่า “ฉันไม่เก่า ฉันไม่ต้องอ่าน”

ความจริงมัน “หมดยุค” แล้วที่จะแยก “คนรุ่นเก่า” กับ “คนรุ่นใหม่” เหมือนกับที่เราพยายามแยกเพศสภาพในหลายปีก่อน เพราะด้วยความรู้และเทคโนโลยีที่เปิดกว้าง ทำให้หลายสิ่งไม่ได้ถูกจำกัดกับคนเฉพาะกลุ่ม เด็กหนุ่มไม่ได้แปลว่าจะไฮเทค ส่วนคนอายุมากก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เข้าใจโลกเทคโนโลยี

11 บทเรียนที่ได้จากการอ่าน “มูซาชิ”

“มูซาชิ” ชื่อของโรนินนักดาบในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ผ่านการต่อสู้ครั้งสำคัญ ๆ มามากกว่า 60ครั้ง และ “ไม่เคยแพ้ใคร”