สร้างความเชื่อใจ ด้วย Neuroscience เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

สร้างความเชื่อใจ ด้วย Neuroscience เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

มีงานวิจัยบอกว่าบริษัทที่มีความเชื่อใจสูง เมื่อเทียบกับบริษัทที่มีความเชื่อใจต่ำจะพบความแตกต่าง เช่น พนักงาน 74%เครียดน้อยกว่า, ขาดลา 13% น้อยกว่า, Burn out 40% น้อยกว่า, มีพลังงาน 106% มากกว่า, มีความพอใจกับการใช้ชีวิต 29% มากกว่า

ความเชื่อใจ ไว้ใจ คือสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการเติบโตขององค์กร จากการสอบถาม CEO จำนวนมากโดย PwC พบว่า 55% ของ CEO บอกว่า พวกเขารู้ว่า ความเชื่อใจมีผลต่อการเติบโตของบริษัท แต่ที่พวกเขาไม่พัฒนาให้มีความเชื่อใจไว้ใจมากขึ้นเพราะ..

พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

ทีมของ Paul J. Zak ผู้เขียนได้ทำการวิจัยและพบว่า เมื่อมนุษย์เรารู้สึกไว้ใจ สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือบางคนก็เรียกว่า “Love Hormone หรือฮอร์โมนแห่งความรัก” ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า จะทำให้คนเชื่อใจเรา รักเราได้ ต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง..

บทความจาก Harvard Business Review (https://hbr.org/2017/01/the-neuroscience-of-trust) บอกว่า วิธีการเพิ่มความไว้ใจมี 7 วิธี..

Recognize excellence เมื่อทีมงานทำดี จงแจ้งให้ผู้อื่นได้รับรู้

เขาได้ยกตัวอย่างบริษัท Barry-Wehmiller Companies ที่มีการโหวตหาพนักงานดีเด่นประจำปี จากนั้นรายชื่อผู้ชนะจะถูกเก็บไว้ จนกระทั่งวันประกาศผล ซึ่งจะมีผู้มายินดีมากมายรวมถึงครอบครัวของผู้ชนะ (ที่รู้ล่วงหน้าแต่ต้องเก็บเป็นความลับเช่นกัน)

Induce “challenge stress.” ให้งานที่ท้าทาย

ความเครียดที่เกิดจากงานที่ท้าทายอย่างเหมาะสม ทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนออกมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ ออกซิโทซิน เขาบอกว่ามนุษย์เรารู้สึกดีกับการได้ทำงานที่เห็นความเจริญก้าวหน้า ดีกว่าการทำงานไปวัน ๆ

จากการศึกษาบันทึกประจำวันมากกว่า 12,000 ชิ้นของพนักงานจำนวนมาก พบว่า 76% มีความสุขกับวันที่ทำงานแล้วมีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม งานที่ท้าทายมากเกินไปหรือยากเกินไปจนไม่เกิด progress หรือความคืบหน้า อาจจะทำให้เกิดผลตรงกันข้ามได้

Give people discretion in how they do their work ให้ทีมงานได้ทำงานในแบบที่อยากทำ

ถ้าทีมงานได้รับการ training แล้ว ลองปล่อยให้พวกเขาได้ทำงานตามแบบที่พวกเขาอยากทำบ้าง จากการ survey ของ Citigroup และ LinkedIn พบว่า พนักงานครึ่งหนึ่งยอมที่จะไม่ขึ้นเงินเดือน ถ้าได้ทำงานในแบบที่ตัวเองอยากทำ

ไม่แปลกที่คนที่อยากทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะเป็นเด็กใหม่ หรือคนอายุน้อยที่ไม่รู้ว่าบริษัทเคยทำอะไรมาก่อนแล้วบ้าง.. ซึ่งเป็นเรื่องดีถ้าจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ เขายกตัวอย่างรัฐบาลอเมริกาที่ต้องการจะสร้างรถยนต์ไร้คนขับสำหรับกองทัพ แต่หลังจาก 5ปีผ่านไป บริษัทยักษ์ใหญ่ 3 บริษัทที่ได้รับมอบหมาย ไม่สามารถทำได้สำเร็จ จนกระทั่งทางรัฐบาลได้เปิดให้คนทั่วไปได้ลองส่งผลงานเข้ามาบ้าง.. 2ปีถัดมา นักเรียนจาก Standford University สามารถทำได้สำเร็จ ด้วยการพิชิตโจทย์เส้นทางทะเลทราย Mojave ภายใน 10ชั่วโมง

Enable job crafting บริษัทต้องเชื่อในตัวพนักงานและให้พวกเขาสามารถเลือกโปรเจคที่จะทำได้

การที่พนักงานสามารถเลือกสิ่งที่ตนสนใจได้ อาจจะนำไปสู่การค้นพบเนื้องานใหม่ ๆ หรือเข้ากลุ่มกับทีมใหม่ ๆ ทั้งนี้บริษัทยังสามารถวัดผลได้จากงานที่พวกเขาได้ทำ ผลงานที่สำเร็จ รวมไปถึงการประเมินจากเพื่อนร่วมทีม

Intentionally build relationships สร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน

แม้ว่าบริษัทมักจะชอบบอกว่า การทำงานจะมีประสิทธิภาพเมื่อทำสำเสร็จ ไม่ใช่การพูดคุย คบเพื่อนใหม่ แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่ได้บอกเช่นนั้น การพบปะผู้คนใหม่ ๆ อาจจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นได้

แม้แต่พนักงานที่ไม่ต้องพบปะกับใครเช่น Developer ก็จำเป็นต้องพบปะกับผู้คน เขาบอกว่าการได้พบปะกับผู้คนอาจจะทำให้เขาได้พูดคุย และค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ในการทำงาน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

Facilitate whole-person growth ใส่ใจการเติบโตของตัวพนักงาน

ใช่ว่าบริษัทจะส่งเสริมพนักงานเฉพาะเรื่องงาน แต่เรื่องส่วนตัวก็เช่นกันโดยเฉพาะเรื่องการเติบโตในอาชีพการงาน บริษัทที่มีความเชื่อใจสูงจะสร้าง mindset ให้พนักงานมีความรู้สึกอยากเติบโตในอาชีพการงาน หัวหน้าจะต้องตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน หมดยุคของการรีวิวพนักงานความหลังของพนักงาน สิ่งที่เคยทำผิดพลาดเมื่อปีที่แล้ว แต่บริษัทต้องเลิกทำ review แต่ต้องทำ preview ให้พนักงาน ช่วยเขามองว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร ดูแลแม้กระทั่งว่าหลังจากทำงานกับเราแล้ว คุณควรจะไปสมัครงานที่ไหนต่อ

Show vulnerability

บริษัทที่มีความเชื่อใจสูง ผู้นำหรือหัวหน้ามักจะเป็นคนเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ แทนที่จะสั่งให้พนักงานทำตามคำสั่ง ทีมวิจัยของ Paul J. Zak พบว่าการขอความช่วยเหลือทำให้สมองของผู้ได้ยินหลั่งฮอร์โมนออซิโทซิน สร้างความไว้ใจเพิ่มมากขึ้น

การขอความช่วยเหลือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกได้ถึงความไม่ perfect ของผู้ร้องขอและทำให้รู้สึกว่าหัวหน้ามีความเป็นมนุษย์ที่มีความผิดพลาดและไม่รู้ได้เช่นกัน

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว บริษัท หัวหน้า เจ้าของกิจการ จะมัวรออะไรอยู่ สร้างความไว้ใจในองค์กร เพื่อให้ทีมงาน พนักงานไว้ใจและเชื่อมั่น เพื่อผลลัพท์ที่ดียิ่งขึ้นไม่ใช่เฉพาะกับบริษัท แต่รวมไปถึงพนักงานในองค์กร

ดังที่มีใครเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าพนักงานมีความสุข ลูกค้าก็จะมีความสุข” ..​และเมื่อลูกค้ามีความสุข บริษัทก็จะมีความสุข

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

joker like a dog chasing car
Up Next:

อย่าทำตัวเหมือนหมาไล่เห่ารถยนต์

อย่าทำตัวเหมือนหมาไล่เห่ารถยนต์